ค้นหาพรรณไม้
ค้นโดยชื่อสามัญ
ค้นโดยชื่อสกุล (genus)
ค้นโดยชื่อชนิด (species)
ค้นโดยลักษณะอื่น ๆ
 
 
เกี่ยวกับโครงการ
 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชมาเป็นเวลาช้านาน ก่อนคำว่าความหลากหลายทางชีวภาพ (biological diversity) และการอนุรักษ์ (conservation) จะเป็นที่รู้จักกันดีในประเทศไทย จากการแปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังไกลกังวล หัวหิน ในปี พ.ศ. 2503 เพื่อเสด็จผ่านอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ทอดพระเนตรสองข้างทางเห็นต้นยางขนาดใหญ่ขึ้นเป็นจำนวนมาก ทรงมีพระราชดำริที่จะสงวนป่ายางนี้ไว้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมีราษฎรเข้าไปทำไรทำสวนในบริเวณดังกล่าวมาก จะต้องจ่ายเงินทดแทนในการจัดหาที่ใหม่ ไม่สามารถจัดถวายได้ตามพระราชประสงค์ เมื่อไม่สามารถดำเนินการปกปักต้นยางนาที่อำเภอท่ายางได้ จึงทรงทดลองปลูกต้นยางเอง โดยทรงเพาะเมล็ดยางที่เก็บจากต้นยางนาในเขตอำเภอท่ายาง ในกระถางบนพระตำหนักเรือนต้น วังไกลกังวล หัวหิน และทรงปลูกต้นยางนาเหล่านั้นในแปลงทดลองป่าสาธิตใกล้พระตำหนักเรือนต้น สวนจิตรลดา พร้อมข้าราชบริพาร เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2504  จำนวน 1,250 ต้น ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร หากต้นยางที่ทางยางสูญสิ้น แต่พันธุกรรมของยางนาเหล่านั้น ยังอนุรักษ์ไว้ได้ที่สวนจิตรลดา

ต่อมาในปี พ.ศ. 254 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพรรณไม้จากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มาปลูกในบริเวณที่ประทับ สวนจิตรลดา  เพื่อให้เป็นที่ศึกษาพรรณไม้ของนิสิตนักศึกษา แทนที่จะต้องเดินทางไปทั่วไป ในปี พ.ศ. 2539  สำนักงานเอกลักษณ์แห่งชาติได้จัดทำหนังสือ สวนจิตรลดาพฤกษาพรรณ  ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับพืชพรรณไม้ในสวนจิตรลดากว่า 200 ชนิด

ในวันพืชมงคล 9 พฤษภาคม  พ.ศ. 2528  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ที่โครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา และทรงมีพระราชกระแสให้อนุรักษ์ขนุนหลังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ  ในพระบรมมหาราชวัง ความสำเร็จของการใช้วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช นำไปสู่การอนุรักษ์ต้นขนุนและพืชเอกลักษณ์ของพระราชวังต่างๆ เช่น พุดสวน มณฑา ยี่หุบ สมอไทย มีการพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาในสภาวะปลอดเชื้อ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต

ทรงให้อนุรักษ์พันธุกรรมหวาย ในปี พ.ศ. 2529 ทรงพระราชทานให้โครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา อนุรักษ์และขยายพันธุ์หวายชนิดต่างๆ โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อเตรียมการแก้ปัญหาการขาดแคลนหวายในอนาคต  หวายที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทำการทดลองปลูกต้นหวายเหล่านั้นในป่ายางนา ใกล้พระตำหนักเรือนต้นสวนจิตรลดา และมีพระราชดำริให้ทดลองปลูกที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จังหวัดนราธิวาส และที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จังหวัดสกลนคร

ในปี พ.ศ. 2529  นอกจากมีพระราชดำริให้มีการอนุรักษ์พันธุกรรมหวายแล้ว ยังได้จัดทำสวนพืชสมุนไพรในโครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา เพื่อรวบรวมพืชสมุนไพรมาปลูกเป็นแปลงสาธิต  และรวบรวมข้อมูลสรรพคุณ  ตลอดจนการนำไปใช้ประโยชน์ กับทั้งให้มีการศึกษาการขยายพันธุ์พืชสมุนไพรโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ  และเผยแพร่ความรู้ที่ได้สู่ประชาชน

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2531  ณ ศาลาดุสิตาลัย  สวนจิตรลดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสกับหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ  จักรพันธุ์ ให้ดำเนินการผสมพันธุ์พืชสองชั้น (double hybridization)  ขึ้นในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  และห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ของโครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา  ดำเนินการผสมพันธุ์พืชสองชั้นพร้อมกันไปด้วย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบต่องานอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2535 ทรงมีรับสั่งกับนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง และผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา ให้ดำเนินการอนุรักษ์พืชพรรณของประเทศ และดำเนินการเป็นธนาคารพืชพรรณ  การนี้ได้มอบให้โครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดาฯ ฝ่ายวิชาการดำเนินงาน ได้สนับสนุนงบประมาณดำเนินการมาตั้งแต่ต้นจนถึงงบประมารปี 2550  และมีผู้มีจิตศรัทธาทูลเกล้าฯ  ถวายเงิน น้อมเกล้าฯ ถวายอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ สนับสนุนการดำเนินงาน ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักพระราชวัง

เมื่อปี 2542 สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ ได้ร่วมสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สถาบันราชภัฏกาญจนบุรีซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ ร่วมสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช   อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯต่อมาสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏยุติบทบาทลงด้วยมีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ  มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรียังคงนำแนวทางโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มาดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง  จนกระทั่งปี พ.ศ.2552 มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีขอพระราชทานพระราชานุญาตเข้าร่วมสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯและได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ดำเนินการสนองงานตามพระราชดำริ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553

มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีดำเนินงานตามกรอบการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ  ระยะ 4 ปีที่ห้า (ต.ค. 2549 – ก.ย. 2554)  ซึ่งเป็นช่วงท้ายของแผนแม่บทนี้

  โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ อพ.สธ. - มรภ.กาญจนบุรี
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 71000
http://fst.kru.ac.th